หนังออนไลน์ The King’s Avatar The Movie : เทพยุทธ์เซียนกลอรี่

ดูหนังฟรี

เรียกได้ว่าเป็นซีรีย์ หนังออนไลน์ เรื่องเยี่ยมจากจีนอีกเรื่อง ถ้าหากพูดถึงชื่อ เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักเทพเยี่ย หรือ หรือเยี่ยชิวโดยเรื่องนี้สร้างจาก จากนิยายบนโลกออนไลน์ยอดฮิต สู่การเป็นอนิเมะ E-Sports สุดอลังการเขียนโดย “หูเตี๋ยหลาน” ซึ่งในไทยใช้ชื่อว่า “เทพยุทธ์เซียนกลอรี่” เป็นหนังแนว อนิมะ แอ๊กชั่น โดยในเรื่องเล่าถึง เยี่ยชิวนักกีฬาที่มากประสบการณ์เขาได้สร้างตัวละครระดับเทพ “อี๋เยี่ยจือชิว”  และสามารถพาทีม “เจียซื่อ” เข้าคว้าแชมป์ กลอรี่ได้ถึง 3 สมัยซ้อนกลายเป็นตำนานเทพไร้พ่ายที่ทุกคนรู้จัก

ตามบทประพันธ์เดิม

เรื่องเริ่มหลังที่ เทพสงคราม เยี่ยชิวผู้เล่น MVP ของสโมสรชื่อดัง เจียซื่อ สโมสร E-Sports ชื่อดังได้บีบให้ เยี่ยชิว ลาออกจากกาจากสโมสร เจียซื่อ ด้วยเหตุผลต่างธุรกิจ เยี่ยชิวจึงตัดสินใจลาออกจากสโมสร และให้ไอดีตัวละครระดับเทพ 

ดูหนังฟรี

“อี๋เยี่ยจือชิว” กับสโมรส และไปสมัครงาน หนังใหม่ ที่ร้านเน๊ตคาเฟ่แห่งหนึ่งแถว ๆ นั้นแต่ เยี่ยชิว ยังไม่ทิ้งความฝันในการเล่นเกม Glory ขณะที่ทำงานอยู่ที่ร้านเน็ต  Glory ได้เปิดเซิฟเวอร์ใหม่ให้ผู้เล่นหน้าใหม่ได้เข้าไปเล่น เยี่ยชิวเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นและ สร้างตำนานโดยการเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ของเซิฟได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาก็ได้ตั้งสโมสรใหม่ ที่ชื่อว่า ซิงซิน เพื่อเข้าสู่ 

Glory League อีกครั้ง

โดยเรื่องราวของใน The Movie นี้จะพูดถึงเรื่องราวของ ก่อนที่สโมสร “เจียซื่อ” จะถูกสร้างขึ้น ย้อนกลับไปตอนที่ “เยี่ยซิว” อายุ 18 เขาหนีออกจากบ้านมาและได้พบกับ  ซูมู่ชิว ในขณะนั้น ซูมู่ชิวที่เป็นผู้เล่นของสโมสรชื่อดังได้มาเล่นเกมที่ร้านเน็ตคาเฟ่แห่งหนึ่งและได้พบกับ เยี่ยชิว ทั้งสองสู้กันจนในที่สุด เยี่ยชิวเป็นฝ่ายชนะ ซูมู่ชิวจึงสนิทกับเยี่ยชิวตั้งแต่นั้นมาและชวนเยี่ยชิวไปอยู่ที่บ้านของเขา ซึ่ง “ซูมู่ชิว” เป็นกำพร้าและอยู่กับน้องสาว “ซูมู่เฉิง” แค่ 2 คน ขณะที่เยี่ยชิว หนีออกจากบ้านและไม่มีที่อยู่ (ในภาคนี้ ซูมู่เฉิง ยังเป็นเด็กน้อยที่น่ารักเว่อร์ๆ ถ้าใครเคยดูภาคหลักแล้วจะรู้ว่าน้องคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ที่สำคัญทำอาหารเก่งมาก ๆ ) ทั้ง เยี่ยซิว และ ซูมู่ชิว ทำงานเป็นพนักงานในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เล็กๆ ที่ชื่อว่า “เจียซื่อ” หลังจากที่

เกม Glory เปิดให้บริการมาได้ 2 ปีกระแสของ Esport ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วใจจีนและ กลอรี่เป็น ที่นิยมของคนจำนวนมากและเพราะเหตุนี้ Glory จึงตัดสินใจประกาศจัดการแข่งขัน Glory League ครั้งที่ 1 ขึ้น ซึ่งการเป็นนักกีฬา Esport และได้แชมป์ถือเป็นความฝันของ ซูมู่ชิว มาตลอดหลังจากที่เริ่มเล่น Glory มาได้ 2 ปีเขาอยากจะถือถ้วยรางวัลสักครั้ง ซูมู่ชิว จึงชวนเยียชิว เพื่อเข้าแข่งกัน แต่ยังขาดเงินที่จะสร้างทีมของร้าน เจียซื่อ เคยเล่น Glory กับ เยี่ยชิว และ ซูมู่ชิว หลายครั้งเขารู้ว่าทั้งคู่มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา และเพื่อนๆของ เยี่ยชิวเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน จึงตัดสินใจตั้งสโมสรเพื่อเข้าร่วมลีกที่กำลังจะมาถึง แต่หนทางการตั้งสโมสรก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในวันที่ก่อตั้งทีม เจียซื่อ ซูมู่ชิว ได้ประสบอุบัติเหตุโดนรถชนและเสียชีวิตขณะ

เดินทางกลับมาที่ร้าน เจียซื่อ ทำให้คนทีมเสียใจกันอย่างมากรวมทั้งน้องสาวของ ซูมู่ชิว ตั้งแต่นั้นมา เยียชิวก็อยู่ดูและ ซูมูเฉิงตลอดมา ในขณะที่ต้องหาตัวนักกีฬา เพื่อมาแทนตำแหน่งที่ว่างลงของ ซูมู่ชิว เพราะถ้ามีทีมไม่ครบ หกคนจะไม่สามารถตั้งทีมได้ พวกเขาจึงแยกย้ายกันตามหาและเชิญชวนให้ผู้เล่นฝีมือเยี่ยมต่าง ๆ มาเข้าทีมแต่ในขณะนั้น ไม่มีใครตอบรับที่จะเข้าทีมเจียซื่อเลย เพราะเป็นทีมใหม่ที่พึ่งก่อตั้ง จนในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับสมาชิกคนที่ 6 และได้เข้าแข่งขัน Glory Pro League  ครั้งที่ 1  หลังเริ่มการแข่งขันทีม เจียซื่อทำผลงานได้ดีมาก โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ช่วง ทีมเจียซื่อสามารถชนะได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคะแนน สูงจนได้รับขนานนามในการแข่งขันว่าเป็นม้ามืดของเกมการแข่งขันนี้ “อี๋เยี่ยจือชิว”  ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของเซิฟเวอร์ครองสถิติไร้พ่าย แต่ตัวผู้ควบคุมไม่เคยเปิดหน้าออกสือ เหตุผลก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการให้ทางบ้านเขารู้ว่าเขาเป็นใคร ถึงแม้ว่าน้องชายของเขาแท้ ๆ จะรู้แล้วก็ตาม และให้การสนับสนุน เยียชิว อย่างลับ ๆ การแข่งขันยังดำเนินต่อไป แต่ทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในเกมที่เจอกับ ทีมของ หวงเฟิง นักกีฬาของ ทีมเจียซื่อตัดสินใจผิดพลาดทำให้พลาดโอกาสชนะไปนิดเดียว ทำให้ความสัมพันธ์ของทีมเริ่มเกิดรอยร้าว ระหว่างเพื่อนร่วมทีมคนอื่นกับ อายฮูเทียนเล่อ เยียชิวไม่ได้ตำหนิที่เพื่อนร่วมทีมตัดสินใจผิดพลาดในเกมเลยทำให้พลาดโอกาสชนะ ไปแบบฉิ่วเฉียด เยียชิวพยายามประสานรอยร้าวในทีม จนในที่สุดก็ทำสำเร็จ ในรอบชิง เจียซื่อต้องพบกับทีมหวงเฟิงอีกครั้ง หลู่เหลียง กัปตันทีมหวงเฟิง เจ้าของไอดี เซ่าตี้เฝินเสียง ผู้ใช้เคียวเป็นอาวุธ ที่รู้จักกันในภายหลังว่าเป็น ‘หนึ่งในสามมหาเทพรุ่นบุกเบิก’ ฝีมือร้ายกาจแบบหาตัวจับยาก เยียชิว

ได้โชว์ทักษะมือในการบังคับตัวละครที่ยอดเยี่ยม  สำหรับเกม Glory ความเร็วมือในการควบคุมเกิน 400 APM ถือว่าสูงและความเร็วมือขนาดนี้ สามารถควบคุมการบังคับได้ทั้งหมด แต่เยี่ยชิว มีความเร็วมือที่ยอดเยี่ยมถึง 480 และยังเร็วขึ้นเรื่อยเพื่อเปิดจิตวิญญาณนักรบขั้นที่7 เขาต้องโจมตีต่อเนื่อง 120 ครั้งติด การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด จนในที่สุดเขาก็สามารถเปิดจิตวิญญาณได้สำเร็จบวกกับมีอาวุธ ดูหนังออนไลน์ ทำเองสุดเทพอย่างปกป้องภัยพาลที่ ซูมู่ชิว เพื่อนของเขาทำไว้ให้ แต่หลู่เหลียง ทีมหวงเฟิงคู่แข่งเองก็มีความสามารถที่สูงเช่นกัน ถึงแม้ว่า การต่อสูงเป็นไปอย่างดุเดือดทั้งคู่ผลัดกับโจมตี (บอกได้เลยว่าสู้กันมันส์มาก ๆ เรียกว่าถ้าหันไปกินน้ำข้างนี้กลับมาดูแล้วจะแบบอ้าวอะไรนี้เลย) แต่ในที่สุด เยียชิวก็สามารถเอาชนะทีมคู่แข่งได้ เปิดตำนานเทพไร้พ่าย และทำฝันของเพื่อนของเขาให้เป็นจริงได้สำเร็จ 

ในภาคนี้ได้มีการปรับแต่งจากฉบับ ซีรี่ส์อนิเมชั่นพอสมควร โดยเฉพาะพระเอก เทพเยี่ยที่มีการดีไซน์หน้าตาให้ดูดีขึ้น( แน่ละเพราะอายุในเรื่องพึ่ง 18 เอง ) อาจจะได้อิทธิพลมาจาก หยางหยาง เลยได้กลายเป็นเด็กหนุ่มที่ดูมีชีวิตชีวาดี ไม่เหมือนกับในซีรี่ส์อนิเมะ ที่มีบุคลิกเงียบขรึม แต่ฉลาดมากเทคนิกการหนังทำก็ดูจะเป็นแบบสมัยนิยมมากขึ้น คือทำฉากที่มีรายละเอียดเยอะหน่อย แล้วยึดเป็นฉากหลัง ขยับตัวละครเอาเลยทำให้หลายๆ ฉากดูมีมิติขึ้น ต้องยกความดีให้กับคุณ Shi Juansheng ที่เคยผ่านงานอนิเมชั่นชื่อดังอย่าง Naruto มาแล้ว ส่วนเรื่องการต่อสู้ ฉากแอคชั่นเรียกได้ว่ามีให้ชมกันจุใจ แม้ว่าบางฉากจะรวดเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน แต่ ทำได้อย่างดีและลื่นไหลสมกับเป็นหนึ่งในทีมงานผู้สร้าง นารุโตะ แอคชั่นที่ดูแล้วสนุกหน้าติดตาม ไม่แพ้ Fate หรือ Sword art online เลยส่วนเรื่องงานภาพ และบทแปล อันนี้ต้องบอกว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากงานภาพสวยงามมาตรฐานสูงมาก คุณภาพเทียบชั้น อนิเมะญี่ปุ่นได้อย่างสบาย ข้อเสียเดียวน่าจะเป็น เพราะเป็นอนิเมะที่ตัวละครเป็นชื่อภาษาจีน อาจจะจำยากไปสักหน่อย แต่โดยร่วมแล้วถือว่าทำออกมาได้สนุกมากส่วนเสียงพากย์ อันนี้ต้องบอกตรงๆว่ายังรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าเป็นที่ตัวนักพากย์ หรือเป็นเรื่องของทางเทคนิก การตัดต่อเสียงลงไป ตัวละครเสียงคาแรคเตอร์มันดูโดดๆจนบางทีหงุดหงิดนิดหน่อย แต่กลับกัน อินเนอร์ของนักพากย์ที่ใส่ลงไป ต้องบอกว่าทำได้ดี แม้ว่าจะแปลกๆหูไปหน่อยก็ตาม

จบไปแล้วกับการรีวิวซีรีส์ The King’s Avtar อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนัง และ ดูซีรีส์บู๊ใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai